สีทาพื้นสนามกีฬา PU คือสีเคลือบระบบโพลียูรีเทนสำหรับสนามในร่ม ให้ผิวไร้รอยต่อ ยืดหยุ่น ลดแรงกระแทก และกันลื่น เหมาะกับสนามบาสเกตบอล วอลเลย์บอล แบดมินตัน และฟุตซอลในร่ม บทความนี้ DMH Groups อธิบายการเลือกสี ขั้นตอนการเคลือบ และการดูแลสี PU สนามกีฬาให้ครบ
เปรียบเทียบสีทาสนามกีฬาทุกระบบ ทั้งสี PU สีอะคริลิค และพื้นสนามแบบอื่น ได้ที่หน้าแรกของ DMH Sport Floor ก่อนตัดสินใจเลือกระบบที่เหมาะกับสนามของคุณ
สี PU ทาพื้นสนามกีฬาเป็นอย่างไร?
สี PU เป็นระบบเคลือบที่ผสมและปาดหน้างานบนพื้นที่ลงไพรเมอร์แล้ว เกิดเป็นผิวยืดหยุ่นไร้รอยต่อ ให้แรงเสียดทานและการกระดอนที่สม่ำเสมอ อ่านรายละเอียดระบบพื้นได้ที่ พื้น PU คืออะไร
สีทาพื้นสนามกีฬา PU มีกี่ระบบ?
สีทาพื้นสนามกีฬา PU ที่ใช้กันทั่วไปแบ่งได้ 2 ระบบหลัก เลือกตามความนุ่มที่ต้องการและลักษณะการใช้งาน
PU Hardcourt (พียูผิวแข็ง)
ฟิล์มโพลียูรีเทนไร้รอยต่อบนพื้นคอนกรีต ผิวเรียบแน่น ทนการเสียดสีและแรงกระแทก กันลื่น รองรับหลายกีฬาในสนามเดียว ใช้ได้ทั้งสนามในร่มและกลางแจ้ง ดูรายละเอียดที่ พื้น Polyurethane Hardcourt
PU Rubber (พียูบนชั้นยาง)
เพิ่มชั้นยางยืดหยุ่นไว้ใต้ผิว PU ทำให้นุ่มเท้าและรองรับแรงกระแทกได้สูง ช่วยถนอมข้อเข่าและข้อเท้า เหมาะกับสนามในร่ม โรงยิม และพื้นที่ออกกำลังกาย ดูรายละเอียดที่ พื้น Polyurethane Rubber
สี PU ใช้กับสนามกลางแจ้งได้ไหม?
ใช้ได้ สนามกลางแจ้งนิยมใช้ระบบ PU Hardcourt ที่เคลือบชั้นบนด้วยสีที่ทนรังสี UV เพื่อให้ผิวทนแดดและฝน เหมาะกับสนามบาสเกตบอลในสวนสาธารณะ สนามอเนกประสงค์ของชุมชน และสนามโรงเรียนที่ต้องการผิวยืดหยุ่นกว่าสีอะคริลิค ส่วนสนามในร่มเลือกได้ทั้ง PU Hardcourt และ PU Rubber
สี PU เหมาะกับสนามแบบไหน?
- สนามบาสเกตบอล ทั้งโรงยิมในร่มและสนามกลางแจ้ง ผิวยืดหยุ่นช่วยลดแรงกระแทกตอนกระโดด
- สนามวอลเลย์บอล ช่วยรองรับแรงกระแทกจากการกระโดดตบและการล้มรับลูก
- สนามแบดมินตัน ผิวเรียบสม่ำเสมอ เหมาะกับการเปลี่ยนทิศทางเร็ว
- สนามฟุตซอล สนามที่ใช้งานหนักและต้องการผิวไร้รอยต่อ
- สนามเทนนิส ทั้งในร่มและกลางแจ้ง
- สนามอเนกประสงค์ ตีเส้นหลายกีฬาบนพื้นเดียว

สี PU สนามกีฬามีสีอะไรบ้าง?
สีที่นิยมได้แก่ เขียว น้ำเงิน แดงอิฐ และเทา โดยเลือกสองสีตัดกันระหว่างในและนอกเขตสนาม พร้อมตีเส้นสีขาวหรือเหลืองให้ชัดเจน
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| สีในเขตสนาม | เขียว / น้ำเงิน |
| สีนอกเขตสนาม | แดงอิฐ / เทา |
| ระบบที่เลือกได้ | Comfort / Cushion / Combi |
คำแนะนำจากทีมงาน DMH: หากสนามในร่มเน้นกระโดดตบอย่างวอลเลย์บอลหรือบาสเกตบอล ควรเลือกระบบ PU แบบ Cushion ที่มีชั้นรองแรงกระแทก เพื่อถนอมข้อเข่าและข้อเท้านักกีฬา
ขั้นตอนการเคลือบสี PU สนามกีฬา

เตรียมพื้นคอนกรีต
พื้นต้องเรียบ บ่มตัว 21–28 วัน วัดความชื้นผ่านเกณฑ์
ลงไพรเมอร์
ทาไพรเมอร์เพื่อการยึดเกาะ
ลงชั้นรองแรงกระแทก
สำหรับระบบ Cushion ปูชั้นยืดหยุ่นก่อน
เคลือบชั้น PU และสี
ปาดเคลือบ PU และทาสีตามสเปก
ตีเส้นและตรวจรับ
ตีเส้นสนามและทดสอบการลื่น
หลักการเลือกสี PU สำหรับสนามกีฬา
ประเภทกีฬาและความถี่ในการใช้งาน
กีฬาที่กระโดดบ่อยอย่างบาสเกตบอลและวอลเลย์บอลควรเลือกระบบที่ซับแรงกระแทกได้ดี ส่วนสนามที่ใช้หลายกีฬาควรเน้นผิวที่ทนการเสียดสี
สนามในร่มหรือกลางแจ้ง
สนามกลางแจ้งต้องใช้ชั้นบนที่ทนรังสี UV ส่วนสนามในร่มเลือกได้ทั้งแบบผิวแข็งและแบบชั้นยาง
ความนุ่มที่ต้องการ
ถ้าผู้ใช้เป็นเด็ก นักเรียน หรือใช้ซ้อมต่อเนื่องหลายชั่วโมง ระบบ PU Rubber จะนุ่มเท้าและถนอมข้อต่อมากกว่า
ความชื้นใต้พื้น
พื้นคอนกรีตที่ติดดินมักมีความชื้นดันขึ้นมา ต้องตรวจความชื้นและทำชั้นกันความชื้นเมื่อจำเป็นก่อนเคลือบ PU
ความปลอดภัยและการดูแล
เลือกระบบที่กันลื่นเหมาะกับชนิดกีฬา และวางแผนรอบเคลือบผิวซ้ำไว้ตั้งแต่แรกเพื่อยืดอายุสนาม
ทำไมพื้น PU ต้องกันความชื้นจากใต้พื้น?
คอนกรีตที่เทบนดินมีความชื้นซึมขึ้นมาตลอดเวลา ถ้าเคลือบ PU ทับโดยไม่ป้องกัน ความชื้นอาจดันจนผิวพองหรือยึดเกาะได้ไม่ดี งานพื้นสนาม PU ของ DMH จึงตรวจความชื้นก่อนเริ่มงาน และเพิ่มชั้นกันความชื้น (Moisture Barrier) เมื่อพื้นมีความชื้นสูง
ข้อดีและข้อจำกัดของสี PU สนามกีฬา
ข้อดี
- ผิวยืดหยุ่น ซับแรงกระแทก ถนอมข้อต่อผู้เล่น
- ผิวไร้รอยต่อ ทำความสะอาดง่าย
- กันลื่น และลูกกระดอนสม่ำเสมอ
- ทนการใช้งานหนักและการเสียดสี
- ใช้ได้ทั้งในร่มและกลางแจ้งเมื่อเลือกระบบถูกต้อง
ข้อจำกัด
- ต้นทุนสูงกว่าสีอะคริลิค
- ต้องควบคุมความชื้นของพื้นอย่างเคร่งครัด
- ใช้เวลาติดตั้งนานกว่าเพราะต้องลงทีละชั้นตามระบบ
- ต้องใช้ทีมช่างที่ชำนาญงานพื้น PU โดยเฉพาะ
สี PU ต่างจากสีอะคริลิคและสี Epoxy อย่างไร?
สี PU
ยืดหยุ่น ซับแรงกระแทกได้ดี ผิวไร้รอยต่อ เหมาะกับสนามในร่มและสนามกลางแจ้งที่ต้องการผิวนุ่มกว่า
สีอะคริลิค
สูตรน้ำ ผิวแข็ง ทนแดด UV ต้นทุนคุ้มค่า ทาซ่อมง่าย นิยมกับสนามกลางแจ้ง อ่านต่อที่ สีทาพื้นสนามกีฬา สีอะคริลิค
สี Epoxy
ผิวแข็งมาก ทนการขัดสีและสารเคมี เหมาะกับพื้นในร่มที่ไม่ต้องการความยืดหยุ่น อ่านต่อที่ สีทาพื้นสนามกีฬา Epoxy
การดูแลสี PU สนามกีฬา
- ถูด้วยน้ำหรือน้ำยาอ่อนเป็นประจำ
- เลี่ยงรองเท้าพื้นดำและของมีคม
- เคลือบผิวซ้ำตามรอบเพื่อยืดอายุ
ผลงานพื้นสนาม PU จริงของ DMH
ตัวอย่างสนามที่ทีมงาน DMH ติดตั้งจริง กดที่การ์ดเพื่อดูรายละเอียดและรูปหน้างาน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สีทาพื้นสนาม PU ใช้กับสนามอะไร?
เหมาะกับสนามในร่ม เช่น บาสเกตบอล วอลเลย์บอล แบดมินตัน และฟุตซอล
สี PU ต่างจากสีอะคริลิคอย่างไร?
PU ยืดหยุ่นและลดแรงกระแทกดีกว่า เหมาะในร่ม ส่วนอะคริลิคเป็นสีผิวแข็งเหมาะกลางแจ้ง
สี PU กันลื่นไหม?
กันลื่นดีเมื่อลงชั้นเพิ่มแรงเสียดทานตามระบบ
เคลือบสี PU ใช้เวลานานไหม?
ต้องรอพื้นคอนกรีตบ่มตัวก่อน จากนั้นเคลือบทีละชั้นตามสเปก
สี PU อยู่ได้นานไหม?
อยู่ได้หลายปีเมื่อดูแลถูกวิธีและเคลือบซ้ำตามรอบ
สีทาสนามกีฬากลางแจ้งใช้สี PU ได้ไหม?
ได้ โดยใช้ระบบ PU Hardcourt ที่เคลือบชั้นบนด้วยสีที่ทนรังสี UV เหมาะกับสนามกลางแจ้งที่ต้องการผิวยืดหยุ่นกว่าสีอะคริลิค
PU Hardcourt กับ PU Rubber ต่างกันอย่างไร?
PU Hardcourt เป็นผิว PU บนพื้นคอนกรีตโดยตรง ผิวแน่นและทนการเสียดสี ส่วน PU Rubber เพิ่มชั้นยางใต้ผิว PU ทำให้นุ่มและรองรับแรงกระแทกได้มากกว่า
พื้นคอนกรีตใหม่ต้องรอกี่วันก่อนเคลือบ PU?
โดยทั่วไปควรรอให้คอนกรีตบ่มตัวประมาณ 21–28 วัน และวัดความชื้นให้ผ่านเกณฑ์ก่อนเริ่มงาน
ทำไมพื้น PU ถึงพอง?
สาเหตุที่พบบ่อยคือความชื้นจากใต้พื้นคอนกรีตดันขึ้นมา จึงต้องตรวจความชื้นและทำชั้นกันความชื้นก่อนเคลือบ
สี PU โดนแดดแล้วสีเปลี่ยนไหม?
ถ้าใช้กลางแจ้งต้องเลือกชั้นเคลือบบนที่ทนรังสี UV ซึ่งช่วยรักษาเฉดสีได้ดี ส่วนสนามในร่มแทบไม่มีปัญหานี้


