1. สัดส่วนของสนามวอลเลย์บอล

2. ขนาดของสนามวอลเลย์บอล

3. สีพื้นสนามวอลเลย์บอล

4. การเลือกใช้สีพื้นสนามวอลเลย์บอล

  1. สัดส่วนของสนามวอลเลย์บอล

1. สัดส่วนของสนามวอลเลย์บอล

สนามกีฬาแต่ละชนิดจะมีมาตรฐานสัดส่วนที่แตกต่างกันไป การใช้โทนสีของสนาม หรือพื้นผิวที่เหมาะสม เพราะฉะนั้นการทาสีพื้นสนามกีฬาให้ถูกต้องตามกฎ สัดส่วน หรือมาตรฐาน จะต้องรู้จักเลือกสีทาพื้นสนามกีฬาให้เหมาะสมและรู้จักสัดส่วนตามมาตรฐานสากลของสนามกีฬาแต่ละประเภท ดังนี้

สนามวอลเลย์บอล (Volleyball court) เป็นพื้นที่ที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ซึ่งเป็นกีฬาทีมที่เล่นระหว่างสองทีม โดยใช้ลูกบอลที่มีการแบ่งลูกสำหรับการโจมตีและการป้องกัน สนามวอลเลย์บอลมักมีลักษณะพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าและถูกแบ่งเป็นสองฝั่งที่เท่ากัน โดยมีเส้นเล็กกลางแบ่งสนามออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน

ขนาดสนามวอลเลย์บอล สนามวอลเลย์บอลมีการติดตั้งเสาลูกบอลขนาดสูงที่ตั้งอยู่ตรงกลางสองสนามฝั่งตรงข้ามกัน ซึ่งมักจะมีความสูงประมาณ 2.43 เมตร (7.97 ฟุต) สำหรับการแข่งขันระดับสมาคม และมีเส้นขอบบนสนามที่สูงจากพื้นลักษณะเดียวกัน เส้นนี้เรียกว่าเส้นเล็กกลาง

  1. สัดส่วนของสนามวอลเลย์บอล

2. ขนาดของสนามวอลเลย์บอล

ขนาดของสนามวอลเลย์บอลมักจะตรงตามมาตรฐานขององค์การวอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ซึ่งมีขนาดดังนี้:

  1. สนามวอลเลย์บอล มีขนาด กว้าง 9 เมตร ยาว 18 เมตร ใช้ตาข่ายแบ่งฝั่งเป็น 2 ฝั่งแดน พื้นที่แดนละ 9×9 เมตร พื้นที่โล่งรอบสนามกว้างอย่างน้อย 3 เมตร พื้นที่โล่งเหนือสนามที่เป็นทางการและใช้แข่งตามมาตรฐานสากลมีความสูงที่ 12.5 เมตร ด้านหลัง 6.5 เมตรและด้านข้าง 5 เมตร 

สำหรับการแข่งขันวอลเลย์บอลในระดับราชการหรือระดับสมาคมอาจมีความยาวและความกว้างที่แตกต่างกันไปตามการกำหนดของแต่ละองค์การและระดับการแข่งขัน แต่ส่วนใหญ่จะเรียงตามมาตรฐานของ FIVB และปรับแต่งตามความเหมาะสมของสถานที่และการใช้งานที่แตกต่างกัน

  1. สัดส่วนของสนามวอลเลย์บอล

3. สีพื้นสนามวอลเลย์บอล

สำหรับสนามวอลเลย์บอล ควรใช้สีที่เหมาะสมและสามารถให้ผู้เล่นมีประสบการณ์การเล่นที่ดีที่สุด โดยมีส่วนสำคัญดังนี้:

  1. สีเขียวอ่อน (Light Green): สีสนามวอลเลย์บอล สีเขียวอ่อนมักให้ความรู้สึกเป็นกันเองและสดชื่น มีความสมบูรณ์ในการต่อสู้และส่งเสริมความสมดุลในการเล่น

  2. สีฟ้าอ่อน (Light Blue): สีสนามวอลเลย์บอล สีฟ้าอ่อนมักจะให้ความรู้สึกสงบและเย็นชื่น มีการแสดงผลที่ดีในการปล่อยแรง และช่วยให้ผู้เล่นมองเห็นลูกบอลได้ชัดเจน

  3. สีเหลือง (Yellow): สีสนามวอลเลย์บอล สีเหลืองมักจะทำให้สนามดูสดใสและสดใสขึ้น มีความสมบูรณ์ในการแสดงผลและมีการสะท้อนแสงที่ดี

  1. สัดส่วนของสนามวอลเลย์บอล

4. การเลือกใช้สีพื้นสนามวอลเลย์บอล

การเลือกใช้สีทาพื้นสนามวอลเลย์บอล เป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อประสบการณ์การเล่นของผู้เล่น โดยสีที่ถูกเลือกควรเป็นสีทาพื้นสนามวอลเลย์บอล ที่สอดคล้องกับหลายปัจจัยเช่น สภาพแวดล้อม การมองเห็นของผู้เล่น และความเหมาะสมกับสนามวอลเลย์บอล ดัง

  1. ความสว่างและการสะท้อนของแสง: การเลือกสีทาพื้นสนามวอลเลย์บอล ที่ไม่สะท้อนแสงมากจะช่วยลดความเป็นสะท้อนของแสงที่มาจากพื้นสนามวอลเลย์บอล  ซึ่งจะช่วยให้ผู้เล่นมองเห็นลูกบอลได้ชัดเจนมากขึ้น สีทาพื้นสนามวอลเลย์บอล สีเขียวอ่อนหรือสีฟ้าอ่อนมักเป็นทางเลือกที่ดีเนื่องจากมีการสะท้อนแสงน้อยและช่วยให้ สนามวอลเลย์บอลดูสดใสมากขึ้น

  2. การตรงระหว่างการใช้งานและการดูแล: สีทาพื้นสนามวอลเลย์บอล ที่เลือกควรมีความทนทานต่อการใช้งาน และง่ายต่อการดูแลรักษา เพื่อให้สามารถรักษาสภาพดีของสนามได้ตลอดเวลา ควรเลือกสีที่ไม่มีการสึกหรอเป็นพิเศษ เพื่อลดการดูแลรักษาที่จำเป็น

  3. ความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม: สีทาพื้นสนามวอลเลย์บอล ควรพิจารณาสภาพแวดล้อมรอบๆ สนามวอลเลย์บอล เช่น สภาพอากาศ และแสงแดด เพื่อเลือกสีทาพื้นสนามวอลเลย์บอล ที่เหมาะสมและสามารถปรับตัวได้ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน

  4. การปรับใช้กับการใช้งาน: สีทาพื้นสนามวอลเลย์บอล ควรเลือกสีทาพื้นสนามวอลเลย์บอล ที่สามารถปรับใช้ได้กับการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น การใช้งานสนามวอลเลย์บอลในระดับแข่งขันจะต้องการสีทาพื้นสนามวอลเลย์บอล ที่มีความสมบูรณ์และมองเห็นลูกบอลได้ชัดเจน ในขณะที่การใช้งานเพื่อสันทนาการอาจไม่ต้องการความสมบูรณ์เท่านั้น

  5. การรับรองมาตรฐาน:  ควรตรวจสอบว่าสีทาพื้นสนามวอลเลย์บอล ที่ใช้มีการรับรองมาตรฐานสำหรับการใช้งานในสนามกีฬาหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าสีมีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้เล่นและสิ่งแวดล้อมรอบๆ สนามวอลเลย์บอล